เราไม่ได้มาตัดสินใคร

“เราไม่ได้มาตัดสินใคร”
บันทึกจากฝั่งคนสัมภาษณ์
ผมสัมภาษณ์คนมาหลายปี และมีความเห็นอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยตรงกับหลายคนที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกับผม
ผมคิดว่าคนสัมภาษณ์ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง ดีหรือไม่ดี
หน้าที่ของเรามีอยู่อย่างเดียว คือเลือกคนที่เหมาะกับงานที่เรามีอยู่ตรงหน้า งานที่มีรูปร่างเฉพาะของมัน ต้องการทักษะเฉพาะ ต้องการวิธีคิดและบุคลิกแบบที่ทีมเราอยู่ด้วยได้ แค่นั้น
ฟังดูเหมือนกัน แต่จริงๆ มันต่างกันมาก
การตัดสิน คือการเอาไม้บรรทัดของเราไปทาบกับคนอื่น แล้วประกาศว่าเขาสั้นหรือยาว
การเลือก คือการดูว่าชิ้นส่วนนี้เข้ากับช่องที่เรามีหรือไม่
ชิ้นส่วนที่ไม่เข้ากับช่องของเรา ไม่ได้แปลว่ามันเป็นชิ้นส่วนที่เสีย มันอาจจะเป็นชิ้นที่พอดีเป๊ะกับช่องของใครอีกคนหนึ่งก็ได้
ไม้บรรทัดของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ความเก่งไม่ใช่ตัวเลขตัวเดียวที่เรียงคนจากมากไปน้อยได้ มันมีมิติเยอะเกินกว่าจะวัดด้วยชั่วโมงเดียวในห้องประชุม
สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นพื้นฐานที่ใครก็ต้องรู้ อาจเป็นเรื่องที่งานของอีกคนไม่เคยต้องแตะเลยตลอดหลายปี และในทางกลับกัน เรื่องที่เขาทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ อาจเป็นเรื่องที่ผมงมอยู่นานโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองไม่รู้
ผมเองก็เป็นแบบนั้น มีเรื่องที่ผมเก่งมาก มีเรื่องที่ผมพอใช้ และมีเรื่องที่ผมโง่จนน่าอาย ถ้าวันไหนมีคนเอาไม้บรรทัดจากโลกอื่นมาทาบผม ผมก็คงสั้นเหมือนกัน
พอคิดแบบนี้ได้ มันจะช่วยให้เราถ่อมตัวลงเวลานั่งอยู่ฝั่งที่ถือคำถาม เราไม่ได้เหนือกว่าเขา เราแค่รู้ว่างานของเราต้องการอะไร และเรากำลังดูว่าเขามีสิ่งนั้นไหม
มองเขาอย่างที่เขาเป็น
กับดักที่ใหญ่ที่สุดของคนสัมภาษณ์ คือการเดินเข้าห้องพร้อมภาพในหัวว่าคนที่จะมาทำงานตำแหน่งนี้ “ต้องเป็น” แบบไหน แล้วใช้เวลาทั้งชั่วโมงหาหลักฐานว่าคนตรงหน้าตรงหรือไม่ตรงกับภาพนั้น
ผมพยายามทำตรงข้าม คือมองเขาอย่างที่เขาเป็นจริงๆ
- เขารู้อะไร
- ไม่รู้อะไร
- คิดแบบไหน
- ตอบสนองยังไง
แล้วค่อยถามตัวเองว่าคนแบบนี้ กับงานแบบที่เรามี มันไปด้วยกันได้ไหม
บางครั้งคำตอบคือได้ บางครั้งคำตอบคือไม่ได้ และบ่อยครั้งที่ไม่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะเขาแย่ แต่เพราะเขาเป็นคนที่เกิดมาเพื่องานอีกแบบ
ถ้าไม่ใช่ ก็แค่ไม่เลือก
เมื่อเราเห็นแล้วว่าเขาไม่เหมาะกับงานที่เรามี สิ่งที่ต้องทำมีแค่อย่างเดียว คือไม่เลือก
ไม่ต้องหาเหตุผลมาลดค่าเขา ไม่ต้องสรุปว่าเขาจะไปไม่รอดที่ไหนอีก ไม่ต้องเก็บเรื่องเขาไปเล่าเป็นตัวอย่างของอะไรทั้งนั้น
เราตัดสินใจเรื่องของเรา คืองานของเรา ทีมของเรา จบตรงนั้น ส่วนชีวิตของเขา ทางของเขา ไม่เคยอยู่ในอำนาจของเราตั้งแต่แรก
ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้ทำง่าย ผมเองก็ยังพลาดอยู่เรื่อยๆ วันที่เหนื่อย วันที่ผิดหวัง วันที่เจอคำตอบที่คาดไม่ถึง ความอยากพิพากษามันมาเองโดยไม่ต้องเชิญ
แต่ทุกครั้งที่รู้ตัว ผมก็จะดึงตัวเองกลับมาที่คำถามเดิม คือเรามาทำอะไรในห้องนี้
เรามาเลือกคนมาร่วมงาน ไม่ได้มาตัดสินใคร